ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือ ภูผาทอง)

ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือ ภูผาทอง) เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในวัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ ในท้องที่หมู่ 5 บ้านโคกตาดทอง ตำบลค้อเขียว อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ 16 กิโลเมตร โดยระหว่างทางไปวัดจะเป็นป่าที่มีต้นไม้ครึ้มสลับกับสวนของชาวบ้านเป็นบางช่วง

สวนเบญจกิติ

อาณาจักรเขียวขจีของสวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 130 ไร่รอบบึงน้ำของโรงงานยาสูบเก่า เดิมทีเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ ถูกพัฒนาและปรับปรุงให้กลายเป็นสวนสาธารณะโดยทาง กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเทิดพระเกียรติในวาระ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบเมื่อปี พ.ศ. 2535

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

สถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งชาวอำเภอวิเชียรบุรีร่วมใจกันก่อสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการรำลึกถึงการสู้รบกับกองทัพเขมร ณ เมืองวิเชียรบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 และในเดือนมกราคมทางอำเภอได้จัดงานเฉลิมฉลองศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นในวันกองทัพไทย

เขื่อนสิรินธร

เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างปิดกั้นแม่น้ำลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ที่บริเวณแก่งแชน้อย ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2511 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2514 ปัจจุบันอยู่ในรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนสิริธร นอกจากจะอำนวยประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี

สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง

พบกับความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลนานาชนิดที่พากันสลับผลัดเปลี่ยนกันออกดอกออกผลตลอดทั้งปี อีกทั้งในช่วงต้นเดือนถึงปลายเดือนมกราคมของทุกปี คุณยังจะได้ชมดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย ที่พากันบานสะพรั่งแรระบายทั่วบริเวณให้กลายเป็นสีชมพูสวยงาม โดยการท่องเที่ยวในสถานีทดลองเกษตร ที่สูงแม่จอนหลวงนั้น มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายจุดด้วยกัน ดังนี้

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม

แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงจะเปิดโลกของการเรียนรู้ทั้งทางด้านเกษตรกรรมและวัฒนธรรมเท่านั้น หากยังเป็นการตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอีกด้วย โดยที่มาของศูนย์ฯ แห่งนี้ เกิดขึ้นเมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่บ้านพระบาทห้วยต้มในปี พ.ศ.2521

แก่งสะพือ

แก่งสะพือ เป็นแก่งหินที่สวยงามในลำน้ำมูล ตั้งอยู่ที่บ้านสะพือใต้ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี “สะพือ” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ซำพืด” หรือ “ซำปึ้ด” ซึ่งเป็นภาษาส่วย แปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม แก่งสะพือ เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จฯ เยือน เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498

พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ

พระธาตุหนองคาย หรือพระธาตุกลางน้ำ หรืออีกชื่อ พระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่มีขนาดใหญ่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เนื่องจาก แม่น้ำเชี่ยวกรากจึงกัดเซาะตลิ่งจนพระธาตุพังลงในแม่น้ำ ทำให้ปัจจุบันองค์พระธาตุจมอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งไทย 180 เมตร องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีฐานเหลี่ยมมุมฉาก

ศาลเจ้าแสงธรรม

เป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ แต่ชาวบ้านให้ความนับถือมากมาย ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้มีหลายชื่อเรียกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเต่งก้องต๋อง หรือศาลเจ้าซิงเจียกอง หรืออ๊ามเตงก่องต๋อง ที่นี่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2434 โดยหลวงอำนาจนรารักษ์ (ดันด้วด) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนที่สายตระกูลนับถือมาแต่เดิม ทั้งนี้ ศาลเจ้าแสงธรรมนั้นได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมตามวัฒนธรรมจีน

คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ

อคอดกระ หรือ กิ่วกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู บริเวณแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นแนวกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ด้วยระยะทางเพียง 100 เมตรเท่านั้น ชาวบ้านทั้งสองฝั่งจึงใช้แม่น้ำนี้เป็นเส้นทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก บริเวณคอคอดกระมีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างประมาณ 50 กิโลเมตร โดยมีส่วนที่อยู่ในไทยในฝั่งตะวันออก